วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2553

อาหารในประเทศญี่ปุ่น

ข้าวหน้าปลาไหล


อุนาจู ( Unaju) เป็นปลาไหลย่างแบบคาบายากิ ( Kabayaki) คือทาซอสแล้วย่างบนเตา วางบนข้าวในกล่องลงรักรูปสี่เหลี่ยมส่วนข้าวหน้าปลาไหลหรืออุนางิ ( Unagi) เป็นอาหารยอดนิยมในช่วงฤดูร้อน อุดมไปด้วยวิตามินอีและเอ มีธปรตีนสูงแต่แคลอรี่ต่ำ โดยปกติแล้ว อุนางิจะเสิร์ฟมาพร้อมกัยซอสหวานทาเระ (Tare) ปลาไหลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น ต้องจากจังหวัดชิซุโอะกะ เพราะมีเนื้อหนากระดูกอ่อนนุ่ม รสชาติ อร่อย สำหรับญี่ปุ่นแล้วธรรมเนียมการกินปลาไหลมีมานานกว่าร้อยปี คนญี่ปุ่นจะใช้มีดกรีดที่ด้านหลังของปลา เพื่อลอกกระดูกออก แล้วตัดปลายเป็นท่อนพอเหมาะ นำมาย่างด้วยการรมควันบนเตาหรืย่างแบบไม่รมควันก็ได้

ปลาซาบะ




เป็นปลาซาบะจากทะเลนำมาตากแห้ง โดยปกติแล้วปลาซาบะจะมีกลิ่นแรงและเก็บไว้ให้สดไม่ได้นาน ก่อนที่จะนำมารับประทานดิบคนญี่ปุ่นนิยมนำเนื้อปลาแช่กับเกลือและน้ำส้มและนำมาเป็น ชิเมะ – ซาบะ

(Shime-saba) หรือจะนำมาทำเป็นซุปเซนบะ – จิรุ ( Senba-jiru)คือการนำปลาซาบะมาต้มกับหัวไชเท้าหรือน้ำขิงก็ได้

ซูชิหรือข้าวปั้นมีหน้า

นั้นเป็นอาหารญี่ปุ่นที่ข้าวมีส่วนผสมของน้ำส้มสายชูและทานคู่กับปลา เนื้อหรือของคาวชนิดต่างๆและในประเทศญี่ปุ่นนั้นซูชิมักมีความหมายถึงอาหารที่มีส่วนผสมของ ซูชิเมะชิหรือข้าวที่มีส่วนผสมของน้ำส้มสายชูและมีหน้าแบบต่างๆ ที่ได้รับความนิยมได้แก่ อาหารทะเล ปลา ผัก ไข่และเห็ดซึ่งเนื้อที่นำมาทำนั้นอาจจะเป็นเนื้อดิบหรือเนื้อที่ผ่านกรรมวิธีการทำแแล้วสำรับประเทศอื่น





ราเม็งเป็นบะหมี่น้ำของญี่ปุ่นซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ราเม็งมักจะทานคู่กับเนื้อหมู สาหร่าย คะมะโบโกะ ต้นหอม และบางครั้งอาจมีข้าวโพด ราเม็งนั้นมีการปรุงที่แตกต่างกันไปตามแต่ละจังหวัดในญี่ปุ่น เช้นในคิวชูต้นกำเนิดของทงโคะสึราเม็ง (ราเม็งซุปกระดูกหมู) ในฮอกไกโดต้นกำเนิดของมิโซะราเม็ง(ราเม็งซุปเต้าเจี้ยว)

วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ที่เที่ยวยังมีอีกมาก





ภูมิภาคเหนือ (ฮอกไกโด)



ฮอกไกโด เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ถือเป็นสวรรค์ของธรรมชาติซึ่งสามารถจะท่องเที่ยวได้ตลอดปีมีทั้งภูเขา ที่ราบสูง แม่น้ำ ทะเลสาบ บ่อน้ำพุร้อน และชายฝั่งทะเล มีเมืองซัปโปโรเป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม เศรษฐ กิจและการเมือง รวมทั้งการเดินทางไปโตเกียวและโอซาก้า เป็นเมืองที่มีการจัดวางผังได้สมบูรณ์แบบ มี สวนสาธารณะโอโดริ ซึ่งเป็นที่จัดแสดงงานเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียง

สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาชมงานในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี นอกจากนี้ยังมี

หอนาฬิกาอันเก่าแก่ และ ที่ว่าการเมืองฮอกไกโด อีกทั้ง ย่านร้านค้าซึซึกิโน่ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าและ

แหล่งจับจ่ายซื้อของที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้

เมืองฮะโคดาเตะ เป็นเมืองท่าชายทะเลที่สำคัญ ที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของเกาะฮอกไกโด สามารถไปถึงโดยทางรถไฟจากเมืองอะโอโมริในเกาะฮอนชู หรือทางรถไฟจากซัปโปโรบนเกาะฮอกไกโด ในยามเช้าจะมีตลาดสดขายอาหารทะเลสดๆ ให้ชิม ยามสายเที่ยวชมโบสถ์ และป้อมปราการโบราณในเมือง ยามเย็นนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปบนเขาฮาโคดาเตะ ชมทิวทัศน์ยามราตรีที่สวยงามได้รอบทิศ

เมืองอะซะฮิกะวะ ตั้งอยู่ใจกลางเกาะไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองซัปโปโร ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งโดยรถไฟด่วนจากเมืองซัปโปโร และจากเมืองอะซะฮิกะวะไปทางตะวันออกจะมี อุทยานแห่งชาติไดเซทจึซัง ซึ่งมี บ่อน้ำแร่โซอุนเคียว ให้เพลิดเพลินในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

ถ้าต่อรถไฟลงไปทางใต้ของเมืองนี้ เป็น เมืองท่องเที่ยวฟูระโน่ ที่มีทุ่งดอกลาเวนเดอร์อันกว้างใหญ่ไพศาล สวยงามมากในฤดูร้อน และมีสกีรีสอร์ทชั้นดีให้เพลิดเพลินกับการเล่นสกีในฤดูหนาว

ทางตะวันออกสุดของเกาะฮอกไกโดจะมีธรรมชาติอันสวยงามที่เป็นชายฝั่งทะเลใกล้ เมืองอะบะชิริ มีธารน้ำแข็งให้ชมในฤดูหนาวและ คาบสมุทรชิเระโตะโกะ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็น มรดกโลกทางธรรมชาติ อีกทั้ง ทะเลสาบอะคัง ทะเลสาบมาชูและทะเลสาบคุชิโระทางตะวันตกของฮอกไกโดมี เมืองโอตารุ เป็นเมืองท่าที่เคยเจริญรุ่งเรืองในฐานะเมืองค้าขาย ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 รอบ ๆ เมืองจะมี คลองโอตะรุ เป็นโบราณสถานแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในสมัยบุกเบิก มีถนนร้านซุชิสดที่สุดในโลกให้ลองลิ้มชิมรส







ภูมิตะวันออกเฉียงเหนือ (โทฮุขุ)







ภูมิภาคโทโฮขุ จะได้พบกับสถานที่ดึงดูดใจอันหลากหลายของที่ราบสูง มีภาพลักษณ์ภายนอกแบบชนบทที่เต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ เป็นการผสมผสานกันระหว่างโลกแห่งธรรมชาติที่สดใส ผู้คนเป็นมิตรจริงใจ รวมถึงงานเทศกาลรื่นเริงและตื่นตาตื่นใจตลอดช่วงสั้นๆของฤดูร้อน

ทางเหนือของเกาะฮอนชูคือภูมิภาคโทโฮขุ เป็นภูมิภาคที่มีอากาศเย็นสดชื่นตลอดแม้ในฤดูร้อน อุณหภูมิบริเวณที่

ราบสูงประมาณ 10 องศาเซลเซียส มีบ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติอยู่ทั่วทุกที่ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั่วทั้งญี่ปุ่นที่ชื่นชอบการอาบน้ำพุร้อนให้มาเยี่ยมเยือน บ่อน้ำพุร้อนเหล่านี้มีคุณสมบัติในการรักษาและบำบัดโรคมาย ประตูสู่ชายฝั่งแปซิฟิกคือ เมืองเซนได จากโตเกียวเดินทางโดยรถไฟด่วนพิเศษชินคันเซนใช้เวลา 2 ชม. จากเมืองเซนได สามารถเดินทางไป มะทจึชิมะ โดยรถไฟสายเจอาร์เซนเซขิ เพียง 40 นาที เป็นชายฝั่งทะเลชมวิวที่มีชื่อเสียงเป็นหนึ่งในสามสถานที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น จะเห็นทิวทัศน์ของอ่าวที่มีเกาะเล็กเกาะน้อยกระจัดกระจายอยู่มากมาย มีบริการเรือท่องเที่ยวรอบอ่าวเพื่อชมวิวได้รอบทิศเมืองฮิระอิซึมิ ห่างจากเมืองเซนได 1.30 ชม. โดยรถไฟ แต่เดิมเป็นแม่แบบของเมืองเกียวโต และยังเป็นสถานที่ตั้งของ วัดจูซอนหยิ ที่มีชื่อเสียง สร้างขึ้นในปี 1109 ภายในวัด มีวิหารทองคำ คอนจิกิโด ที่ตัววิหารเคลือบดำและชุบทองทับ ซึ่งแต่เดิมวิหารนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปถึง 11 องค์




เมืองอะโอโมริ ใช้เวลา 2.5 ชม. เดินทางโดยรถไฟด่วนจำกัดความเร็วจากโมริโอกะ เริ่มต้นการเดินทางจาก

ทะเลสาบโทวาดะ และ หุบ เขาโออิระเซะ ใจกลางหุบเขาคือ อุทยานแห่งชาติ โทวาดะ-ฮะจิมังไต กลางอุทยานมีทะเลสาบโทวาดะ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีเสน่ห์ที่สุดในญี่ปุ่น ทางตะวันออกของชายฝั่งมี หุบเขาโออิระเซะทอดยาวถึง 14 กม. หากเดินท่องไปตามริมช่องแคบระหว่างหุบเขาที่เต็มไปด้วยป่าทึบ จะพบกับทิวทัศน์ของลำธารกระจ่างใส อีกทั้งน้ำตกน้อยใหญ่ โบราณสถานของซันนะอิ-มารุยะมะ ซึ่งใช้เวลาเพียง 30 นาทีจากใจกลางเมืองอะโอโมริโดยรถบัส ย้อนกลับไปประมาณ 4,000–5,000 ปีที่แล้ว เคยเป็นที่อยู่อาศัยของ ชุมชนโจมง ที่นี่เป็นโบราณสถานที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ปัจจุบันได้รับการบูรณะและเปิดให้ประชาชนเข้าชม นอกจากนี้ที่อะโอโมริยังมีงาน เทศกาลเนบุตะ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม เป็นงานเทศกาลที่โด่งดัง เปรียบเสมือนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ที่ดึงดูดผู้คนที่มีใจรักความสนุกสนานได้จากทั่วทุกสารทิศเลยทีเดียว

เมืองฮิโรซะคิ เดินทางโดยรถไฟด่วนจำกัดความเร็วจากอะโอโมริ ใช้เวลา 30 นาที ในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี
ปราสาทฮิโรซะคิ และบริเวณโดยรอบจะมีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยซากุระบานสะพรั่งกว่า 5,000 ต้น

เทือกเขาชิระคะมิ-ซันจิ เป็นเทือกเขาที่ทอดตัวอยู่ระหว่างเมืองอะโอโมริกับเมืองอะกิตะ บนเทือกเขามีป่าบีชขนาดใหญ่ ซึ่งมีมาตั้งแต่ยุคเก่าก่อน เป็นโลกแห่งธรรมชาติที่ยังคงดำรงรักษาเอาไว้ บริเวณใกล้เคียงยังมีสถานที่สำหรับไต่เขาโดยเฉพาะอีกด้วยเมืองอะคิตะ ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชม. โดยรถไฟด่วนพิเศษสายอะคิตะชินคันเซน ที่นี่จะมี งานเทศกาลคันโต ในเดือนสิงหาคม เป็นเทศกาลแห่งโคมไฟในฤดูร้อนที่มีชื่ออีกเทศกาลหนึ่งของภูมิภาคโทโฮขุ

เมืองคะคุโนะดาเทะ จากอะคิตะใช้เวลา 75 นาทีโดยรถไฟด่วนพิเศษสายอะคิตะชินคันเซน เป็นเมืองประวัติศาสตร์ เคยเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าซามุไร ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ และภัตตาคารเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ในฤดูใบไม้ผลิเมืองนี้จะงานสะพรั่งไปด้วยดอกซากุระทั้งเมือง


เมืองยะมะงะตะ 3 ชม.เดินทางจากโตเกียวโดยรถไฟชินคันเซน เมืองนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการอาบน้ำแร่และสกีฤดูหนาวในแถบ เทือกเขาซาโอะ มี ทะเลสาบซาโอะ "โอคะมะ" ที่เกิดจากการยุบตัวของปากปล่องภูเขาไฟเป็นหลุมคล้ายหม้อ ปริ่มไปด้วยน้ำสีเขียวใสสว่างเหมือนมรกต เป็นสถานที่เที่ยวที่ไม่ควรพลาด
เมืองไอซุ วาคะมะทจึ เป็นเมืองเก่าที่มีปราสาททสึรุงะ สามารถนั่งรถไฟด่วนชินคันเซน โดยใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม. นอกจากนี้ยังมี ภูเขาบันได ซึ่งมีเส้นทางเหมาะที่จะนั่งรถชมใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง และ ทะเลสาบอินาวะชิโระ และสกีรีสอร์ทในฤดูหนาวด้วย




ภูมิภาคตะวันออก (คันโต)

โตเกียวเป็นเมืองหลวงที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในเอเชีย เป็นแหล่งที่คงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันเก่าแก่หลายศตวรรษ ผสมผสานควบคู่ไปกับค่านิยมใหม่ๆที่เกิดขึ้น และ แสดงออกถึงความตื่นเต้นและความมีชีวิตชีวาที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวพื้นที่ของเมืองโตเกียวนั้น มีอาณาบริเวณหนึ่งในสี่ส่วนของประเทศญี่ปุ่น มีจำนวนประชากรที่ถูกต้องตามกฎหมายอาศัยอยู่ 12 ล้านคน
ภูมิภาคตะวันออก (คันโต)

โตเกียวเป็นเมืองหลวงที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในเอเชีย เป็นแหล่งที่คงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันเก่าแก่หลายศตวรรษ ผสมผสานควบคู่ไปกับค่านิยมใหม่ๆที่เกิดขึ้น และ แสดงออกถึงความตื่นเต้นและความมีชีวิตชีวาที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวพื้นที่ของเมืองโตเกียวนั้น มีอาณาบริเวณหนึ่งในสี่ส่วนของประเทศญี่ปุ่น มีจำนวนประชากรที่ถูกต้องตามกฎหมายอาศัยอยู่ 12 ล้านคน

พระราชวังอิมพีเรียล แต่เดิมมีชื่อว่า พระราชวังเอโดะ ซึ่งภายในล้อมรอบด้วยคูเมือง ประตูทางเข้าที่งดงาม และป้อมปราการเก่าแก่ตั้งอยู่ห่างกันเป็นช่วงๆ ทางเข้าหลักอยู่ใกล้กับนิจูบะชิ สะพานสองชั้น และจะเปิดให้คนภายนอกเข้าชมตามวาระพิเศษต่างๆ สวนตะวันออกฮิกาชิ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของหอคอยใหญ่ ภายในสวนงดงามไปด้วยดอกไม้หลากหลายพันธุ์และจะผลิบานตามแต่ฤดูกาล เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการสถานที่พักผ่อนในอุดมคติ จุดเด่นสำคัญของสถานีรถไฟโตเกียว มะรุโนอุจิ ซึ่งเป็นเครื่องหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ของตึกมารุโนจิ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า "มารุ-บิร" สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1923 และมาเปิดใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ. 2002 พร้อมกับตึก 36 ชั้น ภายในประกอบด้วยร้านอาหาร ร้านค้า และสำนักงานมาก


จากนั้นเดินอีกสิบนาที ก็จะถึง ย่านกินซ่า ที่มีชื่อเสียงทั่วโลกในฐานะแหล่งช้อปปิ้งชั้นเลิศ ซึ่งสว่างไสวไปด้วยไฟนีออนที่ละลานตา ที่ใกล้กันนั้นคือ โรงละครคะบุกิ หันหลังจากแสงสีอึกทึกครึกโครมของย่านกินซ่าและยูระคุโจ ยังมีย่านอุเอโนะ จะมี สวนสาธารณะอุเอโนะ ที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ในช่วงต้นเดือนเมษายน สวนแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นสวรรค์ของผู้ที่มาชมซากุระบาน นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นศูนย์รวมของแหล่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะและวัฒนธรรมอีกด้วยถ้าหากต้องการมองย้อนไปในอดีตของโตเกียว ก็ต้องที่ ย่านอะซะคุซะ ซึ่งย่านนี้จะประกอบไปด้วยถนนสายเล็กๆจำนวนหลายสาย เต็มไปด้วยตึกและร้านค้าเก่าแก่ ซึ่งจะขายสินค้าพื้นเมืองอย่างชุดกิโมโนหรือหวีทำด้วยมือ





ภูมิภาคกลาง (จูบุ)




จูบุ เป็นภูมิภาคที่ตั้งเกือบกึ่งกลางของประเทศญี่ปุ่น ที่นี่จะได้อยู่บนยอดเขาสูงของ "เจแปน แอลป์" ชายฝั่งทะเลที่ยังคงหลงเหลือความเก่าแก่และวิถีชิวิตแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นอยู่มาก อย่างไรก็ตาม ตลอดเส้นทางจนถึงชายฝั่งแปซิฟิก มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ มีความหลากหลายแตกต่างในหลายๆ ด้านที่ประกอบกันขึ้นเป็นภูมิภาคนี้


เมืองนาโงย่า ในจังหวัดไอจิ อยู่ห่างจากโตเกียว ประมาณ 1.50 ชม. เดินทางโดยรถไฟด่วพิเศษสายโทไกโดชินคันเซน และ 1 ชม. จากชิน-โอซาก้า ปัจจุบันเป็นเมืองแห่งปราสาทเก่าแก่ใหญ่อันดับที่สี่ของญี่ปุ่น มีการตัดเส้นทางที่ดีและถนนหลวงที่กว้างขวาง และขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเครื่องถ้วยชาม เครื่องปั้นดินเผาและ "ชิโบะริ- โซเมะ" หรือผ้ามัดย้อม งานศิลปะ และงานฝีมือต่างๆ ของญี่ปุ่น ใกล้กับใจกลางเมืองเป็นที่ตั้งของปราสาทนาโงย่า ซึ่งแต่เดิมเป็นกองบัญชาการกองทหารของตระกูลโทคุกาวะและควรแวะชม พิพิธภัณฑ์โทคุกาวะ ที่ย่านซะกะเอะ ซึ่งรวบรวมสิ่งของต่างๆ มากกว่า 10,000 ชิ้นของตระกูลโทคุกาวะ แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผา ตั้งอยู่ที่ เมืองเซโตะ ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองนาโงย่า เดินทางโดยรถไฟเพียง 30 นาทีเป็นศูนย์กลางของเหล่าผู้ประกอบการเครื่องปั้นดินเผาขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีเตาเผาแบบท้องถิ่น ทั่วทั้งเมืองจะพบร้านค้าต่างๆ ที่ขายเครื่องปั้นดินเผา โทโกนะเมะยากิ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมานาน

เมืองอินุยะมะ ห่างจากนาโงย่าโดยรถไฟ 30 นาที เป็นเมืองที่รู้จักกันดีว่าเป็นที่ตั้งของปราสาทกำแพงขาวป้อมปราการที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น

หมู่บ้านเมหยิ 90 นาทีโดยรถบัสจากนาโงย่า เป็นพิพิธภัณฑ์ตึกเก่ากลางแจ้งที่รวบรวมสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในสมัยเมจิ (1869-1912) เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจด้านสถาปัตยกรรมได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม

การท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น

โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower)




โตเกียวทาวเวอร์ (ภาษาญี่ปุ่น: 東京タワー, โตเกียวทะวา; ภาษาอังกฤษ: Tokyo Tower) คือหอคอยสื่อสารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเขตมินะโตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มีความสูง 332.6 เมตร(1,091 ฟุต) สร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958)

นอกจากจะเป็นหอคอยที่ไว้ส่งสัญญาณคลื่นวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ เช่น NHK TBS ฯลฯ แล้ว โตเกียวทาวเวอร์ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของกรุงโตเกียวอีกด้วย โดยปีหนึ่งจะมีคนเข้าชมหอมากกว่า 2 ล้าน 5 แสนคน บริเวณหอคอยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ส่วนล่างสุดเป็นอาคารสูง 4 ชั้นที่ตั้งอยู่ใต้หอโดยตรง ภายในประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ ร้านคา ภัตตาคาร ฯลฯ อีก 2 ส่วนที่เหลือเป็นจุดชมทัศนียภาพของหอคอย ตั้งอยู่บนความสูง 150 เมตร และ 250 เมตรตามลำดับ


พระราชวังอิมพีเรียล (imperial)





พระราชวังอิมพีเรียล (Tokyo) พระราชวัง แห่งนี้เป็นที่ประทับของพระจักรพรรดิและพระราชวงศ์ อาณาบริเวณหลายแห่งในพระราชวังจึงมิได้เปิดให้เข้าชม แต่บางส่วนจะเปิดให้เข้าชมได้ในช่วงวันหยุดพิเศษ ตัวปราสาทสร้างตามรูปแบบในสมัยเอโดะ ล้อมรอบด้วยคูน้ำและกำแพงหิน ทางเข้าหลักจะเป็นสะพานคู่หรือเรียกว่า นิจูบาชิ (Nijubashi) ที่สร้างได้อย่างสวยสง่างาม แต่ไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปผ่าน ยกเว้นในช่วงปีใหม่และวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดิที่จะเปิด ให้พสกนิกร(บางคน)ข้ามมารับพระราชทานพรใกล้ๆที่ประทับ ทางด้านตะวันออกจะมีสวนดอกไม้ (Higashi Gyoen) ซึ่งจัดไว้อย่างสวยงามเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาพักผ่อนหย่อนใจได้ตลอด เวลา และเข้าไปยังเขตพระราชฐานได้ 3 ประตู จากทั้งหมด 8 ประตู คือ โอเตมง(Ote-mon), ฮิรากาวะมง(Hirakawa-mon) และคิตะฮาเนบาชิมง(Kitahanebashi-mon) ตัวพระตำหนักเป็นอาคารคอนกรีตทรงเตี้ยกว้างสร้างด้วยหินแกรนิตและบะซอลต์จาก ภูเขาไฟ คลุมด้วยหลังคาสีเขียว สร้างเสร็จในปี 1970 แทนพระตำหนักไม้หลังเดิมที่ถูกระเบิดในช่วงสงครามโลกในปี 1945


ยูนิเวอร์แซลเจแปน (Universal Stidio Japan)




ยูนิเวอร์แซลเจแปน (Universal Stidio Japan: USJ ) เป็นสวนสนุกของบริษัทภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่จากอเมริกาที่เรารู้จักดีคือ ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ และ ที่นี่ยังเป็น ยูนิเวอร์แซลนอกอเมริกแห่งแรกในภูมิภาคอื่นของโลก


เกียวโต (Kyoto)




นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมนั่งรถไฟชินคังเซ็นจากโตเกียวมาลงที่สถานีเกียวโต ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงสามชั่วโมง เมื่อเดินออกจากสถานีรถไฟมา คุณจะเห็นสภาพเมืองเกียวโตแออัดจอแจดังเมืองทั่วไปในญี่ปุ่น ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวอันล้ำค่านั้นซ่อนตัวอยู่บนเนินรายรอบด้านนอกกำแพง เมืองเก่าและตามถนนสายแคบ แม้ความเจริญทันสมัยรุกล้ำรวดเร็วทว่ายังพบเห็นบ้านเรือนแบบเก่ามากมายตาม ตรอกแคบๆ โดยลักษณะตัวเรือนด้านหน้าเป็นแนวเส้นตรงมีบานประตูกระดาษเลื่อน


วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple)




วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) หรือ วัดพลับพลาทอง (Golden Pavilion) หรืออีกชื่อ วัดศาลาทอง เป็นวัดที่ดังเป็นที่รู้จักที่สุดวัดหนึ่งในญี่ปุ่น กล่าวคือหากมาเที่ยวโตเกียวแล้วไม่ได้มาที่วัดนี้ถือว่ายังไม่มาถึงโตเกียว สร้างเมื่อปี พ.ศ. 1940 ศาลาสีทองที่เห็นในปัจจุบันเพิ่งได้รับการแปะผนังทองไปเมื่อปี พ.ศ.2530 ที่ผ่านมา จึงมองเห็นเหลืองอล่ามสะท้อนในสระน้ำอย่างสวยงาม