วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ที่เที่ยวยังมีอีกมาก





ภูมิภาคเหนือ (ฮอกไกโด)



ฮอกไกโด เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ถือเป็นสวรรค์ของธรรมชาติซึ่งสามารถจะท่องเที่ยวได้ตลอดปีมีทั้งภูเขา ที่ราบสูง แม่น้ำ ทะเลสาบ บ่อน้ำพุร้อน และชายฝั่งทะเล มีเมืองซัปโปโรเป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม เศรษฐ กิจและการเมือง รวมทั้งการเดินทางไปโตเกียวและโอซาก้า เป็นเมืองที่มีการจัดวางผังได้สมบูรณ์แบบ มี สวนสาธารณะโอโดริ ซึ่งเป็นที่จัดแสดงงานเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียง

สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาชมงานในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี นอกจากนี้ยังมี

หอนาฬิกาอันเก่าแก่ และ ที่ว่าการเมืองฮอกไกโด อีกทั้ง ย่านร้านค้าซึซึกิโน่ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าและ

แหล่งจับจ่ายซื้อของที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้

เมืองฮะโคดาเตะ เป็นเมืองท่าชายทะเลที่สำคัญ ที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของเกาะฮอกไกโด สามารถไปถึงโดยทางรถไฟจากเมืองอะโอโมริในเกาะฮอนชู หรือทางรถไฟจากซัปโปโรบนเกาะฮอกไกโด ในยามเช้าจะมีตลาดสดขายอาหารทะเลสดๆ ให้ชิม ยามสายเที่ยวชมโบสถ์ และป้อมปราการโบราณในเมือง ยามเย็นนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปบนเขาฮาโคดาเตะ ชมทิวทัศน์ยามราตรีที่สวยงามได้รอบทิศ

เมืองอะซะฮิกะวะ ตั้งอยู่ใจกลางเกาะไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองซัปโปโร ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งโดยรถไฟด่วนจากเมืองซัปโปโร และจากเมืองอะซะฮิกะวะไปทางตะวันออกจะมี อุทยานแห่งชาติไดเซทจึซัง ซึ่งมี บ่อน้ำแร่โซอุนเคียว ให้เพลิดเพลินในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

ถ้าต่อรถไฟลงไปทางใต้ของเมืองนี้ เป็น เมืองท่องเที่ยวฟูระโน่ ที่มีทุ่งดอกลาเวนเดอร์อันกว้างใหญ่ไพศาล สวยงามมากในฤดูร้อน และมีสกีรีสอร์ทชั้นดีให้เพลิดเพลินกับการเล่นสกีในฤดูหนาว

ทางตะวันออกสุดของเกาะฮอกไกโดจะมีธรรมชาติอันสวยงามที่เป็นชายฝั่งทะเลใกล้ เมืองอะบะชิริ มีธารน้ำแข็งให้ชมในฤดูหนาวและ คาบสมุทรชิเระโตะโกะ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็น มรดกโลกทางธรรมชาติ อีกทั้ง ทะเลสาบอะคัง ทะเลสาบมาชูและทะเลสาบคุชิโระทางตะวันตกของฮอกไกโดมี เมืองโอตารุ เป็นเมืองท่าที่เคยเจริญรุ่งเรืองในฐานะเมืองค้าขาย ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 รอบ ๆ เมืองจะมี คลองโอตะรุ เป็นโบราณสถานแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในสมัยบุกเบิก มีถนนร้านซุชิสดที่สุดในโลกให้ลองลิ้มชิมรส







ภูมิตะวันออกเฉียงเหนือ (โทฮุขุ)







ภูมิภาคโทโฮขุ จะได้พบกับสถานที่ดึงดูดใจอันหลากหลายของที่ราบสูง มีภาพลักษณ์ภายนอกแบบชนบทที่เต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ เป็นการผสมผสานกันระหว่างโลกแห่งธรรมชาติที่สดใส ผู้คนเป็นมิตรจริงใจ รวมถึงงานเทศกาลรื่นเริงและตื่นตาตื่นใจตลอดช่วงสั้นๆของฤดูร้อน

ทางเหนือของเกาะฮอนชูคือภูมิภาคโทโฮขุ เป็นภูมิภาคที่มีอากาศเย็นสดชื่นตลอดแม้ในฤดูร้อน อุณหภูมิบริเวณที่

ราบสูงประมาณ 10 องศาเซลเซียส มีบ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติอยู่ทั่วทุกที่ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั่วทั้งญี่ปุ่นที่ชื่นชอบการอาบน้ำพุร้อนให้มาเยี่ยมเยือน บ่อน้ำพุร้อนเหล่านี้มีคุณสมบัติในการรักษาและบำบัดโรคมาย ประตูสู่ชายฝั่งแปซิฟิกคือ เมืองเซนได จากโตเกียวเดินทางโดยรถไฟด่วนพิเศษชินคันเซนใช้เวลา 2 ชม. จากเมืองเซนได สามารถเดินทางไป มะทจึชิมะ โดยรถไฟสายเจอาร์เซนเซขิ เพียง 40 นาที เป็นชายฝั่งทะเลชมวิวที่มีชื่อเสียงเป็นหนึ่งในสามสถานที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น จะเห็นทิวทัศน์ของอ่าวที่มีเกาะเล็กเกาะน้อยกระจัดกระจายอยู่มากมาย มีบริการเรือท่องเที่ยวรอบอ่าวเพื่อชมวิวได้รอบทิศเมืองฮิระอิซึมิ ห่างจากเมืองเซนได 1.30 ชม. โดยรถไฟ แต่เดิมเป็นแม่แบบของเมืองเกียวโต และยังเป็นสถานที่ตั้งของ วัดจูซอนหยิ ที่มีชื่อเสียง สร้างขึ้นในปี 1109 ภายในวัด มีวิหารทองคำ คอนจิกิโด ที่ตัววิหารเคลือบดำและชุบทองทับ ซึ่งแต่เดิมวิหารนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปถึง 11 องค์




เมืองอะโอโมริ ใช้เวลา 2.5 ชม. เดินทางโดยรถไฟด่วนจำกัดความเร็วจากโมริโอกะ เริ่มต้นการเดินทางจาก

ทะเลสาบโทวาดะ และ หุบ เขาโออิระเซะ ใจกลางหุบเขาคือ อุทยานแห่งชาติ โทวาดะ-ฮะจิมังไต กลางอุทยานมีทะเลสาบโทวาดะ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีเสน่ห์ที่สุดในญี่ปุ่น ทางตะวันออกของชายฝั่งมี หุบเขาโออิระเซะทอดยาวถึง 14 กม. หากเดินท่องไปตามริมช่องแคบระหว่างหุบเขาที่เต็มไปด้วยป่าทึบ จะพบกับทิวทัศน์ของลำธารกระจ่างใส อีกทั้งน้ำตกน้อยใหญ่ โบราณสถานของซันนะอิ-มารุยะมะ ซึ่งใช้เวลาเพียง 30 นาทีจากใจกลางเมืองอะโอโมริโดยรถบัส ย้อนกลับไปประมาณ 4,000–5,000 ปีที่แล้ว เคยเป็นที่อยู่อาศัยของ ชุมชนโจมง ที่นี่เป็นโบราณสถานที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ปัจจุบันได้รับการบูรณะและเปิดให้ประชาชนเข้าชม นอกจากนี้ที่อะโอโมริยังมีงาน เทศกาลเนบุตะ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม เป็นงานเทศกาลที่โด่งดัง เปรียบเสมือนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ที่ดึงดูดผู้คนที่มีใจรักความสนุกสนานได้จากทั่วทุกสารทิศเลยทีเดียว

เมืองฮิโรซะคิ เดินทางโดยรถไฟด่วนจำกัดความเร็วจากอะโอโมริ ใช้เวลา 30 นาที ในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี
ปราสาทฮิโรซะคิ และบริเวณโดยรอบจะมีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยซากุระบานสะพรั่งกว่า 5,000 ต้น

เทือกเขาชิระคะมิ-ซันจิ เป็นเทือกเขาที่ทอดตัวอยู่ระหว่างเมืองอะโอโมริกับเมืองอะกิตะ บนเทือกเขามีป่าบีชขนาดใหญ่ ซึ่งมีมาตั้งแต่ยุคเก่าก่อน เป็นโลกแห่งธรรมชาติที่ยังคงดำรงรักษาเอาไว้ บริเวณใกล้เคียงยังมีสถานที่สำหรับไต่เขาโดยเฉพาะอีกด้วยเมืองอะคิตะ ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชม. โดยรถไฟด่วนพิเศษสายอะคิตะชินคันเซน ที่นี่จะมี งานเทศกาลคันโต ในเดือนสิงหาคม เป็นเทศกาลแห่งโคมไฟในฤดูร้อนที่มีชื่ออีกเทศกาลหนึ่งของภูมิภาคโทโฮขุ

เมืองคะคุโนะดาเทะ จากอะคิตะใช้เวลา 75 นาทีโดยรถไฟด่วนพิเศษสายอะคิตะชินคันเซน เป็นเมืองประวัติศาสตร์ เคยเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าซามุไร ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ และภัตตาคารเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ในฤดูใบไม้ผลิเมืองนี้จะงานสะพรั่งไปด้วยดอกซากุระทั้งเมือง


เมืองยะมะงะตะ 3 ชม.เดินทางจากโตเกียวโดยรถไฟชินคันเซน เมืองนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการอาบน้ำแร่และสกีฤดูหนาวในแถบ เทือกเขาซาโอะ มี ทะเลสาบซาโอะ "โอคะมะ" ที่เกิดจากการยุบตัวของปากปล่องภูเขาไฟเป็นหลุมคล้ายหม้อ ปริ่มไปด้วยน้ำสีเขียวใสสว่างเหมือนมรกต เป็นสถานที่เที่ยวที่ไม่ควรพลาด
เมืองไอซุ วาคะมะทจึ เป็นเมืองเก่าที่มีปราสาททสึรุงะ สามารถนั่งรถไฟด่วนชินคันเซน โดยใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม. นอกจากนี้ยังมี ภูเขาบันได ซึ่งมีเส้นทางเหมาะที่จะนั่งรถชมใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง และ ทะเลสาบอินาวะชิโระ และสกีรีสอร์ทในฤดูหนาวด้วย




ภูมิภาคตะวันออก (คันโต)

โตเกียวเป็นเมืองหลวงที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในเอเชีย เป็นแหล่งที่คงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันเก่าแก่หลายศตวรรษ ผสมผสานควบคู่ไปกับค่านิยมใหม่ๆที่เกิดขึ้น และ แสดงออกถึงความตื่นเต้นและความมีชีวิตชีวาที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวพื้นที่ของเมืองโตเกียวนั้น มีอาณาบริเวณหนึ่งในสี่ส่วนของประเทศญี่ปุ่น มีจำนวนประชากรที่ถูกต้องตามกฎหมายอาศัยอยู่ 12 ล้านคน
ภูมิภาคตะวันออก (คันโต)

โตเกียวเป็นเมืองหลวงที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในเอเชีย เป็นแหล่งที่คงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันเก่าแก่หลายศตวรรษ ผสมผสานควบคู่ไปกับค่านิยมใหม่ๆที่เกิดขึ้น และ แสดงออกถึงความตื่นเต้นและความมีชีวิตชีวาที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวพื้นที่ของเมืองโตเกียวนั้น มีอาณาบริเวณหนึ่งในสี่ส่วนของประเทศญี่ปุ่น มีจำนวนประชากรที่ถูกต้องตามกฎหมายอาศัยอยู่ 12 ล้านคน

พระราชวังอิมพีเรียล แต่เดิมมีชื่อว่า พระราชวังเอโดะ ซึ่งภายในล้อมรอบด้วยคูเมือง ประตูทางเข้าที่งดงาม และป้อมปราการเก่าแก่ตั้งอยู่ห่างกันเป็นช่วงๆ ทางเข้าหลักอยู่ใกล้กับนิจูบะชิ สะพานสองชั้น และจะเปิดให้คนภายนอกเข้าชมตามวาระพิเศษต่างๆ สวนตะวันออกฮิกาชิ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของหอคอยใหญ่ ภายในสวนงดงามไปด้วยดอกไม้หลากหลายพันธุ์และจะผลิบานตามแต่ฤดูกาล เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการสถานที่พักผ่อนในอุดมคติ จุดเด่นสำคัญของสถานีรถไฟโตเกียว มะรุโนอุจิ ซึ่งเป็นเครื่องหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ของตึกมารุโนจิ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า "มารุ-บิร" สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1923 และมาเปิดใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ. 2002 พร้อมกับตึก 36 ชั้น ภายในประกอบด้วยร้านอาหาร ร้านค้า และสำนักงานมาก


จากนั้นเดินอีกสิบนาที ก็จะถึง ย่านกินซ่า ที่มีชื่อเสียงทั่วโลกในฐานะแหล่งช้อปปิ้งชั้นเลิศ ซึ่งสว่างไสวไปด้วยไฟนีออนที่ละลานตา ที่ใกล้กันนั้นคือ โรงละครคะบุกิ หันหลังจากแสงสีอึกทึกครึกโครมของย่านกินซ่าและยูระคุโจ ยังมีย่านอุเอโนะ จะมี สวนสาธารณะอุเอโนะ ที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ในช่วงต้นเดือนเมษายน สวนแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นสวรรค์ของผู้ที่มาชมซากุระบาน นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นศูนย์รวมของแหล่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะและวัฒนธรรมอีกด้วยถ้าหากต้องการมองย้อนไปในอดีตของโตเกียว ก็ต้องที่ ย่านอะซะคุซะ ซึ่งย่านนี้จะประกอบไปด้วยถนนสายเล็กๆจำนวนหลายสาย เต็มไปด้วยตึกและร้านค้าเก่าแก่ ซึ่งจะขายสินค้าพื้นเมืองอย่างชุดกิโมโนหรือหวีทำด้วยมือ





ภูมิภาคกลาง (จูบุ)




จูบุ เป็นภูมิภาคที่ตั้งเกือบกึ่งกลางของประเทศญี่ปุ่น ที่นี่จะได้อยู่บนยอดเขาสูงของ "เจแปน แอลป์" ชายฝั่งทะเลที่ยังคงหลงเหลือความเก่าแก่และวิถีชิวิตแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นอยู่มาก อย่างไรก็ตาม ตลอดเส้นทางจนถึงชายฝั่งแปซิฟิก มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ มีความหลากหลายแตกต่างในหลายๆ ด้านที่ประกอบกันขึ้นเป็นภูมิภาคนี้


เมืองนาโงย่า ในจังหวัดไอจิ อยู่ห่างจากโตเกียว ประมาณ 1.50 ชม. เดินทางโดยรถไฟด่วพิเศษสายโทไกโดชินคันเซน และ 1 ชม. จากชิน-โอซาก้า ปัจจุบันเป็นเมืองแห่งปราสาทเก่าแก่ใหญ่อันดับที่สี่ของญี่ปุ่น มีการตัดเส้นทางที่ดีและถนนหลวงที่กว้างขวาง และขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเครื่องถ้วยชาม เครื่องปั้นดินเผาและ "ชิโบะริ- โซเมะ" หรือผ้ามัดย้อม งานศิลปะ และงานฝีมือต่างๆ ของญี่ปุ่น ใกล้กับใจกลางเมืองเป็นที่ตั้งของปราสาทนาโงย่า ซึ่งแต่เดิมเป็นกองบัญชาการกองทหารของตระกูลโทคุกาวะและควรแวะชม พิพิธภัณฑ์โทคุกาวะ ที่ย่านซะกะเอะ ซึ่งรวบรวมสิ่งของต่างๆ มากกว่า 10,000 ชิ้นของตระกูลโทคุกาวะ แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผา ตั้งอยู่ที่ เมืองเซโตะ ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองนาโงย่า เดินทางโดยรถไฟเพียง 30 นาทีเป็นศูนย์กลางของเหล่าผู้ประกอบการเครื่องปั้นดินเผาขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีเตาเผาแบบท้องถิ่น ทั่วทั้งเมืองจะพบร้านค้าต่างๆ ที่ขายเครื่องปั้นดินเผา โทโกนะเมะยากิ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมานาน

เมืองอินุยะมะ ห่างจากนาโงย่าโดยรถไฟ 30 นาที เป็นเมืองที่รู้จักกันดีว่าเป็นที่ตั้งของปราสาทกำแพงขาวป้อมปราการที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น

หมู่บ้านเมหยิ 90 นาทีโดยรถบัสจากนาโงย่า เป็นพิพิธภัณฑ์ตึกเก่ากลางแจ้งที่รวบรวมสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในสมัยเมจิ (1869-1912) เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจด้านสถาปัตยกรรมได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น